ออร์แกนิคแท้หรือเทียมดูยังไง.. มารู้จักตรารับรองออร์แกนิคกัน

ยุคนี้ถ้าพูดถึงเรื่องสินค้าเพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิคเป็นคำหนึ่งที่เราจะได้ยินเสมอ จนเราคิดว่าเป็นเทรนด์ที่คนรักสุขภาพพลาดไม่ได้เด็ดขาด แต่ที่จริง ออร์แกนิคไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย การเพาะปลูกผักผลไม้ต่างๆ แทบไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช หรือบำรุงรักษาดินให้สมบูรณ์ มาตั้งแต่มนุษย์ดึกดำบรรพ์เรียนรู้ทำการเกษตร

จนกระทั่งปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ที่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและเพิ่มผลผลิตอย่างแพร่หลายในพื้นที่การเกษตรของประเทศต่างๆ ผู้คนในออสเตรเลีย อเมริกาจึงเริ่มรู้ซึ้งถึงพิษภัยของการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก เพราะดิน น้ำ อากาศ และสินค้าแปรรูปที่กินที่ใช้มีวัตถุดิบปนเปื้อนสารเคมี จนเกิดการผลักดันมาตรฐานสินค้าออร์แกนิคขึ้นในในช่วงปลายศตวรรษที่ 20

ในบ้านเรา ออร์แกนิค หรือเรียกแบบไทยๆ ว่าเกษตรอินทรีย์ เริ่มฮิตเมื่อราว 30 กว่าปีก่อน ทั้งในด้านการผลิตและตลาด เพื่อตอบสนองการส่งออกตลาดเมืองนอก สินค้าหลักคือข้าวออร์แกนิค โดยช่วงที่การผลิตพืชผักออร์แกนิคบูมที่สุดคือปี 2541-2556 คิดเป็น 39.9% ส่วนในปี 2558 เพิ่มขึ้น 21% หลังจากลดลงเพราะนโยบายสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ไม่ต่อเนื่อง

ออร์แกนิค คืออะไร

แม้ออร์แกนิคจะกลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของเทรนด์สุขภาพ ผลสำรวจของศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรย์ มสธ. เมื่อปี 2558 กลับพบว่าในกลุ่มผู้บริโภคทั่วประเทศไทยมีไม่ถึง 10% ที่เข้าใจเรื่องออร์แกนิคอย่างถูกต้อง

ออร์แกนิค (Organic) เป็นการเพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยงวัตถุดิบแบบปลอดสารพิษ ที่ผู้ผลิตต้องใส่ใจในทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ไม่ว่าดิน น้ำ อากาศ คุณภาพชีวิตของสัตว์ โดยเฉพาะคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคอย่างเราๆ เราจึงหมดห่วงว่าเนื้อไก่หรือมะเขือเทศออร์แกนิคที่เราซื้อจะมีสารอันตรายใดๆ ไม่ว่ายาฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า ปุ๋ยเคมี สารปฏิชีวนะ ฮอร์โมนเร่งการเติบโตปนเปื้อนอยู่ หรือแม้แต่ GMO ก็ไม่นับว่าเป็นออร์แกนิคนะจ้ะ

และกว่าจะเป็นสินค้าออร์แกนิคอย่างภาคภูมิ ก็ต้องผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการ

ส่วนสินค้าธรรมชาติ (natural) อาจชวนให้เราคิดว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค ที่จริงวัตถุดิบสินค้าธรรมชาติ อาจมีสารเคมีปนเปื้อน ได้จาก GMO มีการใช้สารปฏิชีวนะ ฮอร์โมนเร่งโต ก็เป็นได้ แต่อยู่ในปริมาณที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด

ตรารับรองออร์แกนิคมีอะไรบ้าง

อีกอย่างที่เราควรทำความเข้าใจก็คือ การรับรองสินค้าออร์แกนิค ไม่ใช่การรับรองคุณภาพว่าสินค้านั้นปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง แต่เป็นการรับรองกระบวนการผลิตที่สอดคล้องกับมาตรฐานออร์แกนิคหรือเกษตรอินทรีย์ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นการรับรองที่ต้นทาง เพราะในเมื่อไม่มีสารเคมีในการผลิต ก็ย่อมไม่มีการปนเปื้อนในสินค้าที่ได้จากการผลิตแบบออร์แกนิคนั่นเอง

แต่กว่าจะได้ตรามายืนยันความเป็นออร์แกนิคใช่ว่าง่าย เพราะมีหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด พื้นที่เกษตรอินทรีย์ของไทยที่มีอยู่ 3 แสนไร่ (ข้อมูลเมื่อเมษายน 2561) ต้องมีดินอุดมสมบูรณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีฟื้นฟูดินให้ปลอดจากสารเคมี ลดมลพิษในระบบนิเวศ เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชอย่างเอาใจใส่ พึ่งพาอาศัยวิถีธรรมชาติ ทั้งในการเพาะเลี้ยง เพาะปลูก แม้แต่ป้องกันสารเคมีจากแปลงใกล้เคียง

แล้วหน่วยงานไหนกันนะที่รับรองว่านี่ล่ะสวนออร์แกนิค

ในประเทศไทย หน่วยงานหลักที่ให้บริการตรวจรับรองคือ มกท. หรือสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture Certification Thailand) ที่เป็นองค์กรอิสระ และมีองค์กรทั้งในไทยและเทศ เช่น IFOAM เป็นผู้รับรองมาตรฐานระบบงานเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นองค์กรไทยรายเดียวและรายแรกในเอเชีย ส่วนการรับรองมาตรฐานออร์แกนิคต่างประเทศที่เรามักคุ้นตา เช่น

  • IFOAM เป็นมาตรฐานออร์แกนิคที่พัฒนาโดยสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements - IFOAM) เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศทั่วโลก ในประเทศไทย มี Harmony Lifeเป็นต้น ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน IFOAM โดยผลิตสินค้าออร์แกนิคแปรรูป

  • JAS ย่อมาจาก Japanese Agricultural Standard เป็นมาตรฐานรับรองสินค้าออร์แกนิค ที่กำหนดโดยกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นบนฉลากสินค้าออร์แกนิคที่ส่งออกหรือนำเข้าญี่ปุ่น

  • USDA Organic เป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา สินค้าของผู้ผลิตไทยที่ได้รับการรับรอง USDA เช่น ZNYA ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย MIBO CHESTNUT เกาลัดแกะเปลือกพร้อมรับประทาน

  • ECOCERT เป็นหน่วยงานเอกชนที่รับรองมาตรฐานออร์แกนิคสัญชาติฝรั่งเศส มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับเทียบเท่า USDA Organic ของฟากอเมริกา ที่ประเมินคุณภาพตั้งแต่การปลูก แปรรูป บรรจุ QC และจะมีการตรวจสอบเป็นประจำทุกปี

โดยภาพรวมแล้ว ผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิคในไทย นิยมขอรับรองมาตรฐานจาก IFOAM เพราะมีมกท. เป็นหัวเรือใหญ่ แต่การขอรับรองมาตรฐานก็มีค่าใช้จ่ายหลักแสน จึงมีแปลงเกษตรอินทรีย์ที่ทุนยังไม่มากพอ ที่ใช้แนวทางออร์แกนิค บวกกับการสื่อสาร การบอกต่อ สะท้อนความจริงใจแทนตรารับรองมาตรฐาน แลกกับความไว้วางใจจากผู้บริโภค

ไม่มีตรา ไม่ได้แปลว่าไม่ปลอดภัย

แล้วเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีเงินพอจะไปทำเรื่องขอตรารับรองได้จะทำอย่างไร? เลยเป็นที่มาของ ระบบชุมชนรับรอง PGS (Participatory Guarantee Systems) การรับรองแบบมีส่วนร่วม หรือก็คือเกษตรกรในชุมชนมารับรองมาตรฐานกันเอง เช่น น่านที่มีการรวมตัวของเกษตรกรที่ทำเกษตรแบบออร์แกนิคเป็น “เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่าน” หรือ “เครือข่ายเกษตรอินทรีย์สกลนคร” ที่ช่วยกันสนับสนุน ตรวจสอบ และรับรองกันเองในชุมชน

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่สินค้ามีตราออร์แกนิคแปะไว้ก็จริง แต่เป็นตราปลอมที่ทำเลียนแบบตราออร์แกนิคจริงๆ จนหากไม่ระวังก็จะหลงเชื่อได้ไม่ยาก เรื่องเหล่านี้สอนให้เรารู้ว่าจะมีตราหรือไม่มีตรา ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าสิ่งนั้นปลอดภัย 100% แต่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ต่างหาก ยังไงแล้วเราก็ต้องหมั่นตรวจสอบที่มาที่ไปของสิ่งที่เราซื้อหรือกิน เข้าใจว่ามันมันผ่านอะไรมาบ้างก่อนที่จะไปผ่านร่างกายเราต่อไปต่างหาก

alt

ยุ่งยากขนาดนี้ ทำไมเราถึงต้องกิน/ใช้สินค้าออร์แกนิคนะ?

แม้มีงานวิจัยยืนยันว่าสินค้าออร์แกนิค เช่น ผักผลไม้ออร์แกนิค มีสารอาหารอย่างวิตามินซี แร่ธาตุบางชนิด และสารต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่าผักผลไม้แบบทั่วไปก็จริง แต่ยังสรุปไม่ได้ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าผักผลไม้ที่ไม่ใช่ออร์แกนิค

แต่ในแง่ความปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง มีงานวิจัยในปี 2006 ยืนยันว่าอาหารออร์แกนิคปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงถึง 90% เมื่อเทียบกับอาหารทั่วไป

อย่าลืมข่าวที่ในไทยมีการตรวจพบสารเคมีตกค้างในผักผลไม้ทุกปี แถมบางปียังมีตกค้างเกินมาตรฐานมากกว่า 50% และส่วนใหญ่ที่พบว่าปนเปื้อน คือพาราควอตที่อันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

มาถึงบรรทัดนี้ เราเข้าใจดีขึ้นแล้วว่าออร์แกนิคคืออะไร กว่าจะเป็นสินค้าออร์แกนิคต้องผ่านอะไรบ้าง ตรารับรองสินค้าออร์แกนิคมีความสำคัญแค่ไหน คงถึงเวลาที่เราจะลองอุดหนุนสินค้าออร์แกนิคแทนสินค้าที่ผลิตตามกรรมวิธีที่ไม่ใส่ใจต่อสุขภาพผู้ผลิตผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมแล้วล่ะ

ที่มา: actorganic-cert.or.th , ditp.go.th, organicfacts.net, nutritionfacts.org, webmd.com


Bluebasket.market ตลาดสินค้าสุขภาพออนไลน์ของคนช่างเลือก คลิกเพื่อพบกับสินค้าออร์แกนิค ธรรมชาติ ปลอดภัย ไร้สารเคมี ที่เป็นได้ทั้งของกินของใช้ ของขวัญของฝาก ราคาพิเศษและโปรโมชั่น ให้กับทุกคนในครอบครัว

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ส่งตรงถึงคุณได้ที่ Facebook และ LINE: @bluebasket.market