หรือเราคิดผิด ว่าผักปลอดสารพิษคือปลอดภัย

คนรักสุขภาพที่ชอบทำอาหารกินเอง ย่อมหาซื้อผักสดด้วยตนเอง เฟ้นหาแบบที่สด สะอาดที่สุด ผักปลอดสารพิษจึงเป็นวัตถุดิบอย่างหนึ่งที่คนรักสุขภาพใส่ใจ แต่คำว่าปลอดสารพิษที่เราเข้าใจ ในความเป็นจริงแล้วคืออะไรกันแน่ เพราะผู้คนไม่น้อยที่เข้าใจว่า ผักปลอดสารพิษและผักปลอดภัยจากสารพิษเป็นสิ่งเดียวกัน

นิยามของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบายว่า ผักปลอดสารพิษ คือผักที่ปลูกโดยใส่ปุ๋ยเคมี ฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์ บำรุงให้ออกดอกออกผลงอกงาม แต่ไม่ใช้สารเคมีเพื่อฆ่าแมลงและกำจัดโรค แต่ใช้ธรรมชาติจัดการกันเอง เช่น แมลงตัวห้ำตัวเบียน ที่ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชได้ตามกลไกห่วงโซ่อาหาร

ส่วนผักปลอดภัยจากสารพิษ หรือผักอนามัย คือผักที่มีการใช้ปุ๋ยใช้ยาเคมีเป็นตัวช่วยในการปลูก และต้องรอให้สารเคมีที่ใช้สลายไปก่อนจะลงมือเก็บเกี่ยว ซึ่งอาจมีสารเคมีตกค้างอยู่บ้าง แต่ต้องไม่เกินค่า MRL (Maximum Residue Limit) ที่องค์การอนามัยโลกเป็นผู้วางแนวทางไว้ ซึ่งค่า MRL ก็ต่างกันออกไปแล้วแต่ชนิดของผักผลไม้ โดยสามารถสังเกตจากเครื่องหมาย Q ที่เป็นตัวบ่งบอกคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารต่างๆ ที่ผ่านการรับรองเพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

ผักออร์แกนิค ผักปลอดสารพิษ ผักไฮโดรโปนิคส์ ต่างกันตรงไหน?

ผักออร์แกนิค

ความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างผักออร์แกนิค กับผักปลอดสารพิษ คือวิธีการเพาะปลูก ทำให้ผลผลิตที่ได้จากการปลูกแบบออร์แกนิคไม่มีสารพิษอย่างสิ้นเชิง เพราะการเพาะปลูกแบบออร์แกนิคนั้น ต้องมีการเตรียมพื้นที่อย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้สารเคมีต่างๆ ที่ตกค้างอยู่สลายไปจนหมด มีการปลูกพืชป้องกันสารเคมีไม่ให้เข้าแปลงเพาะปลูก ใช้เพียงชีววิธีในการบำรุงรักษาให้ออกดอกออกผล และไม่พึ่งจีเอ็มโอให้ผักผลไม้ ซึ่งทำให้ผักออร์แกนิคปลอดภัยกว่าผักปลอดสาร

ถ้าผักปลอดสารพิษมีเครื่องหมาย Q ผักผลไม้ออร์แกนิคก็มี Organic Thailand ปะหน้ารับรองคุณภาพตามที่สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) กำหนด รวมทั้งควบคุมมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และระเบียบข้อบังคับระหว่างประเทศเพื่อการส่งออก ได้แก่ IFOAM EU และ COR ส่วน ACT เป็นการรับรองมาตรฐานการผลิตสำหรับภายในประเทศ (ตามอ่านเรื่องตรารับรองออร์แกนิคได้ที่นี่)

ผักไฮโดรโปนิคส์

ส่วนผักไฮโดรโปนิคส์ไม่ใช่ผักออร์แกนิค (ถึงจะลงท้ายนิคๆ เหมือนกัน) เพราะไฮโดรโปนิคส์เป็นผักที่ได้จากการปลูกโดยไม่ใช้ดิน เรียกเก๋ๆ ว่าผักลอยฟ้า คิดค้นโดยชาวไต้หวัน และเข้ามาในไทยได้ร่วมสิบปีแล้ว ผักไฮโดรโปนิคส์อาศัยรางน้ำเป็นแหล่งอาหาร สำหรับทำละลายธาตุอาหารให้พืช ปลูกในโรงเรือนมุ้งตาข่ายป้องกันแมลง ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นได้ ซึ่งพืชที่เหมาะกับการปลูกแบบนี้ คือบรรดาผักสลัดต่างๆ ที่เราเห็นใบสวยๆ สดๆ น่ากินอยู่ในสลัดบาร์ หากซื้อแบบบรรจุถุงจากชั้นแช่ผักในห้าง ส่วนมากมีการรับรองด้วยเครื่องหมาย Q

อาจดูเหมือนว่าผักออร์แกนิคและไฮโดรโปนิคส์จะสวยงาม สะอาด น่าทาน แต่เสียดายที่ต้องบอกว่ามีการสุ่มตัวอย่างพบผักออร์แกนิคและไฮโดรโปนิคส์ในบ้านเรา มีสารเคมีปนเปื้อนอยู่มาก ถ้าใครกินผักไฮโดรโปนิคส์เป็นประจำ ควรดูว่าที่ซื้อมามีการรับรองคุณภาพหรือไม่ มาจากแปลงที่น่าเชื่อถือหรือเปล่า หรือให้หมุนเวียนกินผักผลไม้อย่างอื่นไปเรื่อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากสารตกค้างสะสมในร่างกาย

จะกินผักผลไม้ให้เฮลตี้ ต้องรู้วิธีทำให้สะอาด

แม้มีมาตรฐานรับรองให้ผู้บริโภคอุ่นใจว่าผักผลไม้ที่ซื้อหาเป็นผลผลิตจากกระบวนการที่ควบคุมสารเคมี แต่ยังมีโอกาสเสี่ยงที่สารพิษและสิ่งปนเปื้อนตามธรรมชาติจะปะปนในพืชผัก ไม่ว่าช่วงเพาะปลูก เก็บเกี่ยว หรือขนย้าย อย่างที่เราเห็นเป็นข่าวว่าพบสารเคมีตกค้างอยู่ทุกปี

จากข่าวล่าสุดปีนี้ ในบรรดาผักที่มีการสุ่มตัวอย่างจากตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ต พริกแดงครองแชมป์แบบไม่น่าดีใจ รองลงมาคือผักคะน้า ถั่วฝักยาวกับกะเพราที่ได้อันดับสาม อันดับสี่คือมะเขือเปราะ ส่วนผลไม้ ส้มสายน้ำผึ้งได้ที่หนึ่งแบบ 100% ที่สองคือฝรั่ง ตามด้วยแก้วมังกร มะละกอ และมะม่วง

รู้อย่างนี้แล้วจะสบายใจได้อย่างไร...

หันมากินผักผลไม้ตามฤดูกาลกันเถอะ!

ทางที่ดีที่สุด (ยกเว้นการปลูกเองดูแลเอง) เพื่อลดความเสี่ยงจากสารเคมีที่ปนเปื้อน คือเลือกซื้อผักและผลไม้ตามฤดูกาล เพราะทนต่อแมลงศัตรูพืชต่างๆ จึงไม่ต้องพึ่งสารเคมีกำจัด แถมราคาถูก รสชาติดี เช่น

  • มีนาคม เป็นหน้าฟัก ถั่วฝักยาว แตงโม ขนุน กล้วยหอม มะม่วง กล้วยน้ำว้า
  • เมษายน ได้คิวของมันฝรั่ง ถั่วฝักยาว เห็ดฟาง ทุเรียน ชมพู่ ลิ้นจี่
  • พฤษภาคม เป็นหน้าถั่วพู หอมหัวใหญ่ มะนาว ชะอม สะตอ เงาะ ระกำ ลองกอง
  • มิถุนายน ก็รอซื้อมะเขือยาว ผักบุ้ง มะรุม ผักหวาน มังคุด กระท้อน สับปะรด ได้เลย

แต่ถ้าจะให้สบายใจขึ้นอีก ควรล้างผักผลไม้อย่างถูกวิธี เพื่อกำจัดสารเคมีตกค้างและจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขแนะนำไว้ดังนี้

  • เตรียมผักก่อนล้าง ผักหัวและผักราก ให้ปอกเปลือกตัดส่วนที่ไม่กินออก ผักใบ ให้แกะหรือคลี่ใบ เคาะดินติดรากออก ส่วนผลไม้ ให้ล้างทั้งผล

  • ล้างด้วยน้ำไหล ซึ่งช่วยลดสารเคมีตกค้างได้ 25-65%
    สำหรับผัก เริ่มด้วยการแช่น้ำ 15 นาที แล้วใส่ตะแกรง เปิดน้ำให้ไหลแรงพอประมาณ และใช้มือถูประมาณ 2 นาที
    ส่วนผลไม้ ถ้าเป็นผลไม้เปลือกบาง อย่างชมพู่ องุ่น สตรอว์เบอร์รี ให้ล้างทั้งผล/พวง ส่วนผลไม้แบบเปลืองแข็ง ให้แช่แล้วล้างพลางถูที่เปลือก

  • ล้างด้วยวิธีแช่น้ำ หากต้องล้างผักผลไม้จำนวนมาก ให้ใช้ผงฟูหรือเบกกิ้งโซดา หรือน้ำส้มสายชู ผสมผงฟูครึ่งช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร แช่ผักหรือผลไม้ไว้ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ผงฟูช่วยลดสารตกค้างได้ 90-95%

  • น้ำส้มสายชู ใช้ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างตามด้วยน้ำสะอาด ช่วยลดสารเคมีปนเปื้อนได้ 60-84%

สรุปได้ว่าออร์แกนิค ไฮโดรโปนิคส์ ผักปลอดสารพิษ หรือผักปลอดภัยจากสารพิษ ต่างมีความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างมากน้อยต่างกันไปด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ทางที่ดีที่สุดคือผู้บริโภคควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและล้างให้สะอาดจากสารเคมีรวมทั้งจุลินทรีย์ต่างๆ และอยากให้หันมากินผักผลไม้ตามฤดูกาล เพราะผักผลไม้จะขึ้นง่าย ไม่ต้องพึ่งยามากเท่าหน้าที่ต้องฝืนให้มันโต

ไม่เช่นนั้นผักผลไม้ไม่ว่าแบบไหน ก็กลายเป็นยาพิษได้ถ้าเราไม่รู้จักดูแลตัวเองให้ปลอดภัย

ที่มา: actorganic-cert.or.th, foodrevolution.org, medthai.com


Bluebasket.market ตลาดสินค้าสุขภาพออนไลน์ของคนช่างเลือก คลิกเพื่อพบกับสินค้าออร์แกนิค ธรรมชาติ ปลอดภัย ไร้สารเคมี ที่เป็นได้ทั้งของกินของใช้ ของขวัญของฝาก ราคาพิเศษและโปรโมชั่น ให้กับทุกคนในครอบครัว

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ส่งตรงถึงคุณได้ที่ Facebook และ LINE: @bluebasket.market