Seasonal Calendar - ปฏิทินที่บอกช่วงเวลาผลิดอกออกผลของผักในแต่ละเดือน

alt

คุณเคยได้ยินชื่อผักฮ่อวอ ผักพอแฆะ ผักซูเลโบ แล้วเคยเห็นมะเขือหรือผักชีที่รูปร่างไม่เหมือนกับมะเขือหรือผักชีที่เราเห็นปกติรึเปล่า?

สิ่งเหล่านี้เป็นผักพื้นบ้านที่มีอยู่จริงในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยที่อยู่ในการดูแลของชาวปกาเกอะญอ ด้วยความอุดมสมบูรณ์และวิถีชีวิตที่เคารพธรรมชาติอย่างแท้จริงของพวกเขา ทำให้ในชุมชนเขามีผักหลากชนิดหลายพันธุ์ในไร่หมุนเวียน

Seasonal Calendar ก็คือปฏิทินที่มีข้อมูลการออกผลของผักเหล่านี้และทำให้รู้เราว่าช่วงไหนมีผักอะไรให้กินบ้าง ปฏิทินหมุนเวียนนี้ไม่มีวันที่ ไม่มีปีบอก มีแต่รูปวาดผักพื้นบ้านประกอบไปกับการจัดเรียงเลย์เอาท์ที่สวยงาม ดูเผินๆ เหมือนโปสเตอร์งานศิลปะดีๆ จากต่างประเทศสักชิ้น แต่แท้จริงเป็นฝีมือคนไทยและคนชนเผ่าปกาเกอะญอแท้ๆ

ปฏิทินแผ่นนี้อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวเบื้องหลังมากมายที่คุณคาดไม่ถึง ในวันนี้เราจะมาเล่าถึงกระบวนการการจัดทำปฏิทินแผ่นนี้และเรื่องราวมากมายที่อยู่เบื้องหลังกัน

ชุมชนปกาเกอะญอกับการจัดเก็บข้อมูล

alt

มิ้น-ธัญญพร จารุกิตติคุณ นักวิจัยออกแบบและพัฒนาโปรเจคนี้เล่าขึ้น

“จุดเริ่มต้นจริงๆ มาจากที่เราเคยจัดทริป พาทั้งเชฟ นักวิชาการ เจ้าของออแกร์นิคฟาร์มมาเดินป่าวนเกษตรที่ชุมชนปกาเกอะญอ เราก็พาทุกคนมาเดินเก็บผัก มีปราชญ์ชาวบ้านคอยอธิบายถึงผักแต่ละชนิด ทำให้เราเริ่มเห็นว่า ที่ไร่เขาอุดมสมบูรณ์และมีผักหลากหลายชนิดเหลือเกิน

ชุมชนเขาก็มีการจัดเก็บข้อมูลกันอยู่แล้วตามวิถีของเขา ต่อมาเราก็ไปคุยกับน้องจัมพ์ (ณัฐดนัย ตระการศุภกร - ตัวแทนชาวปกาเกอะญอรุ่นใหม่) ที่สนใจเรื่องการจัดเก็บข้อมูลอยู่แล้ว เราก็มีความรู้เรื่องการออกแบบและการสื่อสารอยู่ ก็เลยตัดสินใจช่วยกันทำโปรเจกนี้ขึ้นมา ถ้าเก็บข้อมูลเอาไว้ให้เขาเป็นองค์ความรู้ที่ส่งต่อกันได้รุ่นสู่รุ่นก็คงจะดี ในตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะออกมาเป็นปฏิทินหรอก แต่ตั้งใจทำให้เยาวชนในหมู่บ้านปกาเกอะญอสามารถจัดการระบบการผลิตหรือเข้าใจว่าในแต่ละเดือนฤดูกาลมันมีพืชผลอะไรบ้าง”

ปฏิทินแผ่นเดียวที่ใช้เวลาทำถึง 2 ปี

alt

กว่าจะมาเป็นปฏิทินกราฟิกที่สวยงามแผ่นนี้ได้ก็ผ่านเรื่องราวมาไม่น้อย แน่นอนด้วยความที่มันเป็นปฏิทินที่เล่าเรื่องของผักที่ออกดอกออกผลของทั้ง 12 เดือน จึงต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูลทั้งปี แต่นอกจากความยากเรื่องเวลาแล้ว ก็ยังมีความยากในส่วนอื่นอีกมาก

“ที่ใช้เวลาสองปีเพราะการเก็บข้อมูลและการส่งงาน การไปบอกให้เขาเก็บข้อมูลให้สม่ำเสมอทุกเดือนก็ไม่ง่าย เพราะปกติเขาแค่ปลูก ดูแลพืชผัก ไม่ต้องมานั่งจดบันทึกอะไร เราทำได้แค่สร้างตัวอย่างรูปแบบการเก็บข้อมูลเอาไว้ในเดือน แล้วคาดหวังให้เขาไปเก็บข้อมูลต่อทุกเดือน ตอนแรกมันยังเป็นปากกาเมจิกวาดลงไปในกระดาษอยู่เลย เพราะก็ไม่คิดว่าจะให้คนนอกดู

แต่พอเราไม่อยู่ตรงนั้นก็ต้องให้เขาพิมพ์ใส่ Microsoft Word แล้วค่อยๆ ส่งมาทีละเดือน แต่เขาก็ไม่มี Wi-fi ก็ต้องรอให้น้องเขาลงมาทำงานในที่ที่มีอินเตอร์เน็ต กว่าจะได้คุยกันแต่ละทีก็ใช้เวลานาน ยิ่งเรื่องการจูนกันเรื่องภาษาและความถูกต้องของข้อมูลอีก เพราะมีเรื่องการสะกดผิดและการใช้ภาษาด้วย เราก็อยากให้มันถูกต้องที่สุดก็เลยใช้เวลานาน”

ปฏิทินผักปกาเกอะญอเวอร์ชั่นคนเมือง

alt

“ตอนนั้นพอดีได้คุยกับเพื่อนที่เขาทำปฏิทินฤดูกาลที่เล่าเรื่องพืชผักทั่วไปว่าแต่ละเดือนเราควรกินอะไรที่สวิตเซอร์แลนด์ เราเห็นแล้วมันก็สวยดีและก็ขายดีมากด้วย เราก็เริ่มคิดว่า ข้อมูลของชุมชนปกาเกอะญอก็น่าจะทำได้นี่นา เลยเริ่มเปลี่ยนจากที่จะทำไว้ใช้ในชุมชนเท่านั้นกลายเป็นไปสื่อสารกับคนนอกไปด้วย

พอเราได้ข้อมูลคร่าวๆ มาทั้งหมดแล้ว เราก็พาเชฟ (ปริญญ์ ผลสุข) กับ พี่เตย (สุทธิภา คำแย้ม) ที่เป็นคนวาดรูป Illustration ไปที่ป่าด้วย เพราะอยากให้เขาได้ไปเห็น ไปเจอจริงๆ เราก็พาไปเก็บผัก ทำอาหาร เดินป่า พอกลับมาเขาก็วาดจากรูปถ่ายที่ถ่ายที่นู่นน่ะแหละ แต่ความรู้สึกมันต่างออกไป เขาอินกว่าเดิมเยอะ พอวาดรูปเสร็จก็ต้องเอารูปกลับไปให้ชุมชนตรวจสอบอีกทีว่าเรียบร้อยดีไหม หลังจากนั้นค่อยให้นักออกแบบจาก สตูดิโอ 150 วางเลย์เอาท์ ซึ่งเขาก็เป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องกราฟิกอยู่แล้ว”

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเป็นคนเมืองที่ได้ไปทำงานกับชุมชนปกาเกอะญอ

“เปลี่ยนความคิดและ Mindset ไปหลายอย่างเหมือนกัน ความสามารถในการเอาตัวรอดของเขาเยอะมาก สำหรับเรา แค่เดินขึ้นเขาก็เหนื่อยมากแล้ว แต่เขามีความสามารถทุกอย่างที่จำเป็นกับการดำรงชีวิตในป่า ส่วนเรามีแต่ความรู้อะไรที่อาจจะไม่ได้จำเป็นสำหรับเขาขนาดนั้น แล้วเขาก็มีวิถีการจัดการในชุมชนของเขาอยู่แล้ว มีสร้างกองทุนชุมชน นำเงินบางส่วนมาสร้างถนน สร้างสะพาน อย่างชุมชนนี้เขาพึ่งพาตัวเองได้ดีมาก แทบไม่ต้องพึ่งรัฐเลย ไม่ว่าจะถนนหรือไฟฟ้าก็มีเองหมดแล้ว เด็กในชุมชนก็ฉลาดมาก คิดเป็น

จุดหลักที่ทำให้เขาแตกต่างจากชุมชนอื่นน่าจะเป็นวิถีและประเพณีของปกาเกอะญอ ความเชื่อหรือพิธีกรรมอะไรที่เขาทำตามปกติ การอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ เราเอาอะไรของธรรมชาติมาก็ต้องมีอะไรที่ส่งกลับคืนให้ธรรมชาติด้วย”

ในยุคที่ทุกคนอยากกินอะไรก็ได้กิน….

alt

“จุดประสงค์อีกอย่างที่ทำปฏิทินฤดูกาลออกมาก็เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคนทั่วๆ ไปแบบพวกเราด้วย ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราบริโภคทุกอย่างอยู่บนความสะดวกสบายเป็นหลัก อยากกินอะไรก็ได้กิน กินตอนไหนเวลาไหนก็ได้ แต่เราแทบไม่รู้สึกกันเลยว่าสิ่งนี้มันไม่ใช่เรื่องธรรมชาตินะ จริงๆ แล้วผักมันไม่ได้ออกได้ทุกฤดู ที่เรามีผักบุ้ง ผักคะน้ากินตลอดปีก็เพราะมันต้องผ่านสารเคมี ผ่านอะไรมาเยอะให้โตทันความต้องการของเรา

อีกอย่าง การกินผักไม่ตรงตามฤดูกาล มันก็ทำลายความหลากหลายของผลผลิตด้วย เพราะเราเลือกกินแค่ผักบางอย่าง ผักที่ไม่มีใครสนใจ ชาวไร่ก็ไม่ปลูก มันก็หายไปเรื่อยๆ ทำให้เรารู้จักผัก ได้กินผักน้อยลงเรื่อยๆ ความหลากหลายทางอาหารก็ถดถอยไป ความไม่มั่นคงทางอาหารก็เพิ่มมากขึ้น

โปสเตอร์ชิ้นนี้เราจึงต้องการแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของพืชหมุนเวียน ถ้าคุณเคารพธรรมชาติ คุณก็จะมีพืชผักมากมายที่ปลอดภัยกิน ผลดีก็ตกที่ตัวเราน่ะแหละ”

“สมัยนี้แทนที่เราจะเอาธรรมชาติหรือคนปลูกเป็นตัวตั้ง ผู้บริโภคกลายเป็นตัวตั้ง”

อยากบอกอะไรกับคนเมืองที่ซื้อปฏิทินนี้ไปบ้าง

“เราอยากสร้างความเข้าใจใหม่ว่าชาวปกาเกอะญอไม่ได้ทำไร่เลื่อนลอย ไม่ได้เผาทำลายป่าเหมือนที่เราเข้าใจกัน ชาวปกาเกอะญอเกิดและอยู่อาศัยในป่าโดยมีวิถีการอยู่กินที่ยั่งยืนและเคารพธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง อย่างการทำไร่หมุนเวียน เขาจะแบ่งพื้นที่ของภูเขาทั้งหมดเป็นไร่หลายๆ ไร่ ปีนี้ปลูกสิ่งนี้ในไร่นี้ ปีหน้าก็เวียนไปปลูกไร่อื่น พอครบวงจรการหมุนเวียนก็ถึงจะกลับมาปลูกที่ไร่แรกอีกที ซึ่งระยะของวงจรการปลูกใช้เวลาทั้งหมด 7 - 10 ปี ไม่ใช่ปีเดียวอย่างที่เราคิดกัน

เราไม่รู้สึกว่าคนซื้อโปสเตอร์ไปแล้วจะได้ใช้ชีวิตตามนี้หรอกนะ เพราะในโปสเตอร์เราอ้างอิงมาจากวิถีของชาวปกาเกอะญอ ผักในโปสเตอร์ ถ้าอยากกินก็คงต้องขึ้นดอยไปกินเอง

เราแค่อยากสร้างความตระหนักรู้ให้คนเมืองลองหันมากินตามฤดูกาล กินอย่างมีความรับผิดชอบต่อธรรมชาติมากขึ้น ส่วนใครอยากลองกินตามฤดูกาลบ้าง ก็ลองไปศึกษาเพิ่มดูว่าพืชผักที่ตัวเองชอบจะออกฤดูไหนหรือฤดูไหนที่ไม่ควรกินมัน ถ้ามีทุเรียนที่ออกผลทุกเดือนก็คงไม่ใช่แล้วล่ะ อย่าให้ความเคยชินชนะทุกอย่าง เพราะมันมีผลเสียต่อตัวเราเอง

แค่คุณพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องนี้มากขึ้น ลองออกไปต่างจังหวัดแล้วหาผักของแต่ละชุมชนกิน แต่ละจังหวัดก็จะมีอะไรให้กินแตกต่างกันไป ผักในเมืองกับผักบนดอยก็รสชาติไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเราไม่สนใจเลย มันก็จะหายไปนะ แค่เลือกกินดีๆ ก็เป็นการสนับสนุนชาวบ้านแล้วล่ะ แล้วมันก็ดีกับสุขภาพของคุณด้วย”


เอาล่ะ อ่านมาจนถึงขนาดนี้แล้ว ใครอยากได้ Seasonal Calendar นี้ก็สามารถสั่งซื้อได้เลย ตอนนี้ขายออนไลน์ที่บลูบาสเก็ตที่เดียวเท่านั้น! ซื้อเลยที่นี่ ราคา 400 บาท ส่งฟรีนะจ้ะ

รายได้ส่วนหนึ่งเราจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนปกาเกอะญอด้วยนะ 😊

ขอขอบคุณ

ผู้นำเยาวชนปกาเกอะญอ: จั้มพ์ ณัฐดนัย ตระการศุภกร
นักวิจัยการออกแบบและพัฒนาโครงการ: มิ้น ธัญญพร จารุกิตติคุณ
พ่อครัว: ปริญญ์ ผลสุข
Illustration: สุทธิภา คำแย้ม
Design: สตูดิโอ 150
ภาพถ่ายประกอบบทความ : สุทธิภา คำแย้ม