มังสวิรัติ : เคลียร์ใจ 5 เรื่องที่คนมักเข้าใจคนสายผักผิดไป

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน “เรื่องกิน” ก็ยังเป็นเรื่องใหญ่สำหรับมนุษย์อยู่ดี ทุกวันนี้เรามีทางเลือกในการกินมากขึ้น มังสวิรัติก็เช่นเดียวกัน มังสวิรัตไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเก่า โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ผู้คนเริ่มตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมากขึ้น เมื่อมีกลุ่มคนที่เห็นว่าการทานเนื้อสัตว์ของพวกเขาอาจไม่เป็นผลดีกับโลกและตัวเอง จึงมีคนลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของตัวเองใหม่ จนกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

จริงๆ แล้ววิถีมังสวิรัติเริ่มมาตั้งแต่ยุคอินเดียและกรีกโบราณแล้ว โดยใช้คติว่า มังสวิรัติเป็นการละเว้นจากการเบียดเบียนสัตว์ (ในคำเรียกของอินเดีย จะเรียกว่า อหิงสา) โดยมีลัทธิศาสนาเป็นแกนสำคัญในการเผยแพร่ความเชื่อนี้ แต่ในปัจจุบันผู้นับถือมังสวิรัติอาจจะไม่จำเป็นต้องอิงกับศาสนาอีกต่อไปแล้ว บางคนอาจจะแค่อยากเปลี่ยนมาทานมังสวิรัติเพราะเหตุผลทางสุขภาพ หรืออาจจะเพราะไม่อยากสนับสนุนการทำอุตสาหกรรมปศุสัตว์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมก็เป็นได้

1. คนกินมังเป็นคน “เยอะ” จริงหรือเปล่า ทำไมบางคนกินนู่นได้ บางคนกินนี่ได้?

ทุกคนอาจจะเข้าใจว่าคนที่เป็นมังสวิรัติก็คือคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์เหมือนกันหมด แต่จริงๆ แล้ว มันซับซ้อนกว่านั้น เพราะในหมู่คนที่รับประทานมังสวิรัติเองก็แบ่งได้หลายประเภท ตามความสะดวกและความเหมาะสมของวิถีชีวิตของตัวเองอีกต่างหาก

1. มังสวิรัตินมและไข่ (Lacto-ovo vegetarian) งดเนื้อสัตว์ แต่ยังทานผลิตภัณฑ์จากนมและไข่ได้ ถือเป็นกลุ่มมังสวิรัติที่ใหญ่ที่สุด
2. มังสวิรัตินม (Lacto vegetarian) รับประทานนม แต่งดไข่
3. มังสวิรัติไข่ (Ovo vegetarian) รับประทานไข่ แต่ไม่ดื่มนม
4. มังสวิรัติบริสุทธิ์ (Vegan) เป็นกลุ่มมังสวิรัติที่ไม่รับประทานผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ได้จากสัตว์
5. มังสวิรัติปลา (Pesco vegetarian) เป็นกลุ่มมังสวิรัติที่บริโภคปลาและอาหารทะเล
6. กลุ่มกึ่งมังสวิรัติ (Semi vegetarian) งดการรับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู รับประทานเนื้อปลา ไก่ ผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ต่าง ๆ

นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มที่กินเจ ที่เป็นการงดเว้นซึ่งการทานเนื้อสัตว์เช่นกัน แต่อาจจะมีข้อแตกต่างตรงที่คนที่ทานเจจะเว้นผักฉุน 5 ประเภท งดอาหารรสจัด และมีการรักษาศีลตามช่วงเวลาที่กำหนด

ยังมีเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดอีกหนึ่งเรื่อง คือ กลุ่มมังสวิรัติประเภทวีแกน (Vegan) ที่เป็นหนึ่งในประเภทย่อยของมังสวิรัติ แต่คนมักจะเข้าใจว่า วีแกน เป็นเพียงคำเรียกย่อๆ ของ “Vegetarian” แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะ กลุ่มวีแกนคือคนประเภทหนึ่งในคนที่เป็นมังสวิรัติที่เป็นสายที่เข้มที่สุด เพราะนอกจากไม่รับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ใดใดแล้ว ยังเลือกไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ที่ทำมาจากสัตว์อีกด้วย

เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ทุกคนเข้าใจคือ ทุกๆ คนที่กินมังสวิรัติเองก็มีความเชื่อและวิถีชีวิตที่ต่างกัน ไม่ใช่ว่าพวกเราเป็นคนเรื่องมาก แต่ว่าแต่ละคนก็มีวิถีปฏิบัติในการทานอาหารต่างกันออกไป ไม่ต่างจากการที่คนเราเลือกเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวที่ต่างกันเลย

2. กินแต่ผัก แล้วจะขาดสารอาหาร

ไม่เสมอไป เพราะแหล่งอาหารที่ให้โปรตีนมี 2 แหล่งที่สำคัญ คือ โปรตีนจากสัตว์ และโปรตีนจากพืช ซึ่งคนที่เป็นมังสวิรัติบริสุทธิ์ (Vegan) ควรเลือกกินอาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชและถั่ว เช่น ข้าว ถั่ว และ งาทุกมื้อ เพื่อแก้ปัญหาการขาด กรดอะมิโนจำเป็น แต่คนที่ยังทานนมหรือไข่ 2 อย่างนี้ก็ยังพอทดแทนได้ ซึ่งต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังมีอีก 3 สารอาหารที่ชาวมังสวิรัติต้องระมัดระวัง คือ แคลเซียม เหล็ก และ วิตามินบี12 ซึ่งพบได้น้อยในผัก สำหรับคนที่เป็นมังสวิรัติเคร่งครัดจริงๆ ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อรักษาสุขภาพของตัวเองนะ

3. เป็นมังสวิรัติได้แค่เรื่องกินเท่านั้น

อย่างที่เขียนไปในข้อที่แล้ว จริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารเท่านั้น แต่เรายังลดการทรมานสัตว์ในเรื่องผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ได้อีก อย่างเช่น ในเทรนด์ของโลกปัจจุบันนี้ที่มีการผลิตเครื่องสำอางหรือยาแบบ Cruelty-Free มากขึ้น

ปกติเมื่อเราจะผลิตเครื่องสำอาง ยา หรือเครื่องปรุงใดๆ มักจะมีการทดลองกับสัตว์ก่อนที่จะผลิตออกมาขายกับมนุษย์ได้ การทดลองก่อนนำมาใช้จริงก็เป็นเรื่องดี แต่หลายๆ ครั้งการทดลองกับสัตว์จะทำให้สัตว์เล็กตายหรือตาบอดไปมากกว่า 4 พันล้านตัวทั่วโลกแล้ว

จึงทำให้มีกระแสเครื่องสำอางแบบ Cruelty-Free มากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ทดลองก่อนผลิตขายนะ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้นจึงทำให้ในสมัยนี้มีวิธีการทดลองแบบใหม่ๆ มากมาย เช่น ทดลองกับเซลล์เนื้อเยื่อของมนุษย์ที่เพาะขึ้นมา หรือผ่านการจำลองในคอมพิวเตอร์ ซึ่งเครื่องสำอางเหล่านี้ก็จะมีตราบอกชัดเจนด้านหลังกล่อง แต่ก็ต้องพิจารณากันดีๆ ก่อนด้วยนะ เพราะบางที่ก็ใส่เพื่อการตลาดเท่านั้น

4. คนกินมังเพราะต้องการลดน้ำหนัก...

จริงๆ แล้วอาจจะยังไม่ได้มีผลสรุปที่แน่นอน แต่ก็มีการศึกษาและงานวิจัยเกี่ยวกับการรับประทานมังสวิรัติที่สนับสนุนว่ากินมังสวิรัติแล้วจะมีสุขภาพดีกว่าออกมาเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่ที่คนหันมาทานมังสวิรัติกันก็เพราะว่า

1) ต้องการลดน้ำหนัก การรับประทานมังสวิรัติจะได้ไขมันต่ำ (โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว) มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนสูง ได้รับประโยชน์จากผักผลไม้หลากชนิดมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานมังสวิรัติถึง 5 เท่า แต่ในเรื่องของการลดน้ำหนัก อาจจะไม่ได้เป็นผลทางตรงจากการทานมัง แต่มาจากการใส่ใจเลือกอาหารและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

2) มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคจากพฤติกรรมการทานอาหารน้อยกว่า มีผลงานวิจัยว่าผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงน้อยกว่าผู้ที่ทานเนื้อสัตว์ เช่น โรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานประเภทสอง โรคมะเร็งที่เกิดจากการรับประทานอาหาร โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ

3) ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยลดมลพิษและการใช้ทรัพยากรจากการทำปศุสัตว์ ที่ใช้พลังงานจากฟอสซิลเป็นหลักในกระบวนการผลิต ในการผลิตโปรตีนจากนม 1 กิโลแคลอรี่จากวัว จะต้องใช้พลังงานฟอสซิลถึง 45 เท่า เมื่อเทียบกับการปลูกถั่วเหลืองเพื่อผลิตน้ำนมถั่วเหลืองที่ให้พลังงานเท่ากัน ไม่เท่านั้น อุตสาหกรรมปศุสัตว์ยังก่อให้เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกประมาณ 14.5%

4) ลดการทรมานสัตว์ ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์บางที่ยังมีการเลี้ยงสัตว์แบบทรมานหรือมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อสัตว์อยู่ เมื่อลดการทานเนื้อสัตว์ ก็จะลดความต้องการตรงนี้ได้อีกด้วย

แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีเท่านั้น การเปลี่ยนมากินมังสวิรัติก็ยังมีความท้าทายและความยากอีกมากมาย อย่างไรก็ดีจะถือว่าการกินมังสวิรัติเป็นเหมือนความเชื่อหนึ่งก็ได้ เพราะก็มีรากฐานมาจากความเชื่อทางศาสนาอยู่แล้ว ต่างคนต่างเชื่อไม่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และยังช่วยลดการทรมานสัตว์ในทางตรงและทางอ้อมได้อีกด้วย

5. ประเทศไทยหากินอาหารมังสวิรัติยาก...

ดูเผินๆ เหมือนว่าคนไทยส่วนใหญ่จะยังทานเนื้อสัตว์ในเกือบทุกๆ มื้ออยู่ แต่ในปัจจุบันร้านอาหารต่างๆ ก็มีเมนูทางเลือกและมีความเข้าใจความต้องการของผู้ไม่ทานเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น

ในเว็บไซต์ Oliver’s Travels ที่เป็นเว็บไซต์จองที่พักระดับบนชื่อดังในยุโรปได้จัดอันดับประเทศที่เป็นมิตรกับคนกินมังสวิรัติมากที่สุด ซึ่งประเทศไทยก็ได้อันดับที่ 2 รองจาก ประเทศหมู่เกาะเซเชลล์ ที่ประชากรแทบจะกินมังสวิรัติกันทั้งเกาะ โดยผลการจัดอันดับนี้อาจจะไม่ได้หมายความว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้กินมังสวิรัติมากที่สุด หากแต่มีร้านอาหารที่เอื้อต่อการทานมังสวิรัติมากที่สุด แต่ก็ถือเป็นสัญญาณบวกที่จะทำให้คนมีทางเลือกในการกินมากขึ้นตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

จริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นเลยว่าคุณจะต้องเป็นมังสวิรัติสายเข้มหรือเปล่า หลักสำคัญคือ เราต้องเลือกให้เหมาะกับวิถีชีวิตและร่างกายของเราเอง เราอาจจะงดทานเนื้อสัตว์วันเดียว ตามคอนเสปต์ “Meatless Monday” งดทานเนื้อสัตว์ในวันจันทร์ก็ได้ อย่างไรก็อย่าลืมค่อยเป็นค่อยไป อย่าหักโหมตั้งแต่แรก ค่อยๆ ให้ร่างกายคุ้นชินและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละนิดทีละน้อยนะคะ

ที่มา https://www.vegsoc.org
https://www.mindbodygreen.com
https://www.crueltyfreeinternational.org
https://www.matichonweekly.com/special-report/article_69020


สามารถเลือกซื้อสินค้าตาม Badge Value "มังสวิรัติ" ได้อย่างง่ายๆ เพียงปลายนิ้วคลิก ที่นี่ : https://www.bluebasket.market/badge/vegetarian

Bluebasket.market ตลาดสินค้าสุขภาพออนไลน์ของคนช่างเลือก คลิกเพื่อพบกับสินค้าออร์แกนิค ธรรมชาติ ปลอดภัย ไร้สารเคมี ที่เป็นได้ทั้งของกินของใช้ ของขวัญของฝาก ราคาพิเศษและโปรโมชั่น ให้กับทุกคนในครอบครัว

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ส่งตรงถึงคุณได้ที่ Facebook และ LINE: @bluebasket.market (อย่าลืมเติม @ นำหน้า)