Maria Natural Beauty เครื่องสำอางสำหรับผู้หญิงขี้แพ้ที่ไม่ยอมแพ้

มีใครไม่เคยเป็นสิวบ้าง? ลองนึกภาพวันสำคัญของเรา ไม่ว่าจะเป็นเดทแรก สัมภาษณ์งาน วันที่ต้องการความมั่นใจเต็มที่ แต่แค่มีสิวเม็ดเล็กๆ เม็ดเดียวผุดขึ้นมาบนใบหน้าก็อาจจะทำให้วันนั้นกลายเป็นวันที่เต็มไปด้วยความกังวลได้เลย

นั่นแค่สิวเม็ดเดียว แล้วถ้าพูดถึงคนที่มีผิวแพ้ง่ายล่ะ? คนที่แค่จะซื้อเครื่องสำอางใหม่ก็ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะแพ้หรือเปล่า คนที่เป็นสิวอักเสบยังรักษาไม่หาย แต่ก็ต้องออกจากบ้านไปพบปะผู้คนจนต้องใส่แมสก์ปิดหน้าทุกวัน คนที่ก็อยากสวยเหมือนกัน แต่ไม่สามารถแต่งหน้าได้ตามที่ต้องการเหมือนคนอื่นได้

ในวันนี้ Blue Basket (บลูบาสเก็ต) อยากชวนสาว (ผิว) ขี้แพ้ทั้งหลายมาทำความรู้จักกับผู้หญิงที่ไม่ยอมแพ้ต่อกรรมพันธุ์ผิวแพ้ง่ายของตัวเอง แม้ว่าจะมีผิวแพ้ง่ายกันทั้งครอบครัว แต่ก็ไม่ยอมให้ข้อจำกัดต่างๆ มาหยุดความต้องการสวยและความมั่นใจของเธอได้ จนต้องลุกขึ้นมาผลิตเครื่องสำอางเพื่อเพื่อนร่วมชะตากรรมด้วยความเข้าใจและใส่ใจที่สุดอย่างคุณหยก-มนประภา บำรุงศุภกิจ เจ้าของแบรนด์ Maria Natural Beauty เครื่องสำอางออร์แกนิคและธรรมชาติเพื่อผู้หญิงที่มีผิวแพ้ง่ายทุกคน

alt

เริ่มต้นจากความแพ้

เริ่มต้นมาจากปัญหาของตัวเองก่อนเลยค่ะ ครอบครัวเรามีกรรมพันธุ์ที่ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่ พอร่างกายเราไม่แข็งแรงแล้วอาการแพ้มันเกิดขึ้นง่ายมาก พอเราเป็นคนแพ้ง่ายเราก็อยากแก้ให้หายเร็วๆ เราเคยแพ้ทั้งหน้าเลย มันจะคันมาก แล้วเราเข้าใจเลยว่าคนที่แพ้เขารู้สึกยังไง จะออกไปเจอคนเราก็ต้องใส่แมสปิดหน้าไว้ รู้สึกอึดอัดมากเลยค่ะ

ยิ่งเป็นผู้หญิง เราก็จะเสียความมั่นใจได้ง่ายมาก ถ้าหน้าเกิดอาการแพ้ สิวบุกขึ้นมา ก็จะยิ่งไม่กล้าแต่งหน้า ไม่กล้าลองอะไรใหม่ๆ เพราะกลัวแพ้ คนที่แพ้ง่ายก็มีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้เครื่องสำอางมันเยอะไปหมด เขาก็ทำออกมาดี แพคเกจจิ้งสวยงามนะ แต่ว่าคนที่ผิวแพ้ง่ายพอไปใช้แล้วอาจจะมีปัญหาได้ เมื่อไหร่ที่แพ้แล้วมันจะแพ้อีก ผิวจะ sensitive มากขึ้น

ทำเครื่องสำอางที่ดีกับตัวเราและส่งต่อให้คนอื่น

แต่เดิมครอบครัวเราก็มีธุรกิจตัวอื่นมาก่อน คือ เราทำแชมพูที่ทำจากเบียร์ซึ่งก็ทำจากธรรมชาติ เราก็พอมี Know-how ในการทำสินค้าธรรมชาติอยู่แล้ว เราก็อยากขยายมาที่เครื่องสำอางด้วย เพราะตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราอยากหาเครื่องสำอางที่ดีกับเราตัวเรา แต่ในยุคนั้นมันหาซื้อยาก บางตัวก็ไม่เข้ากับผิวหน้าคนเอเชียด้วย และก็คิดว่าต้องมีคนอื่นที่เป็นเหมือนเราอีกแน่ๆ ก็ทำให้เป็นธุรกิจเพื่อส่งต่อสิ่งดีๆ ให้คนอื่นเลยแล้วกัน

กว่าจะมั่นใจก็ต้องเทสแล้วเทสอีกกับตัวเอง

เราตั้งใจให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติมากที่สุด ดึงส่วนผสมของธรรมชาติที่ดีกว่าเคมีมาใช้ กว่าสินค้าแต่ละชิ้นจะออกเราต้องลองแล้วลองอีก ลองกับตัวเอง ลองกับคนรอบตัว บางตัวทดลองอยู่เป็นปีกว่าจะออกมาสู่ตลาดได้ เพราะคอนเซ็ปของเราคือ ถ้าเราไม่ใช้ ครอบครัวไม่ใช้ เราก็ไม่ให้ใครใช้ เราต้องใช้เองก่อน อย่างต่ำๆ ต้องใช้เวลาประมาณ 8 เดือน อย่างแป้งช่วงควอเตอร์แรกเราพัฒนาถึง 20 สูตร ยังไม่จบนะคะ เรายังต้องทำต่อไปอีก เพราะแต่ละสูตรเราก็ต้องส่งให้ทั้งคนผิวมัน คนเป็นสิว คนผิวแห้ง ได้ทดลองใช้ มันก็เลยนานเหมือนกัน

บางอันเราก็ไปทดสอบความกันน้ำ แต่มันก็จะกันได้ไม่เยอะนะเพราะเราไม่ได้ใส่สารเคมี ไม่ได้ใส่สิลิโคน อาจจะได้แค่กันฝนนิดหน่อย แต่เราทดลองด้วยการโดดน้ำเลย ฉะนั้นอะไรที่จะออกสู่ตลาด ออกไปถึงมือลูกค้าต้องผ่านมือเราก่อน

alt

เครื่องสำอางที่เน้นความใส่ใจและสบายใจ

Maria Natural Beauty แบรนด์เราเป็น Allergy care cosmetic (เครื่องสำอางที่ช่วยรักษาอาการแพ้) เราจะไม่ใช่แค่เครื่องสำอางธรรมชาติเฉยๆ แต่เราจะช่วยรักษาด้วย เพราะอย่างตัวแป้ง คุชชัน กันแดด ก็ช่วยรักษาเรื่องสิวเช่นกัน และเรามีสกินแคร์ที่ช่วยรักษาสิวตั้งแต่ต้นเลย เพราะว่าเราเชื่อว่าการแต่งหน้าให้สวยมันต้องเริ่มต้นที่พื้นผิวที่ดีก่อน ฉะนั้นทุกตัวเราจึงเน้นที่ Allergy care

ถ้าเกิดเป็นสิวอยู่ก็ใช้ของที่นี่ได้เลยตั้งแต่สกินแคร์จนถึงเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นคนผิวมัน ผิวผสม เป็นสิว มีอาการคัน อักเสบ สามารถใช้ได้เลย โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไปแล้วแต่อาการ

อีกอย่าง เราเน้นความสบายใจของลูกค้า ลูกค้าชอบถามว่าใช้เครื่องสำอางเราคู่กับแบรนด์อื่นได้ไหม เราก็ยินดีนะคะ เราไม่ได้แค่ Eco friendly เรายังเป็น Product friendly ด้วย บางคนไม่ได้ใช้ของออร์แกนิค 100% ก็ไม่เป็นไร ใช้ของเราคู่ไปกับแบรนด์เดิมที่เขาใช้อยู่ก็ได้

คนแพ้มีทุกระดับ เลยต้องทำให้ราคาจับต้องได้

เราชอบแต่งหน้า ชอบใช้แล้วดูว่าอะไรดีไม่ดี ชอบดูว่าทำไมของแบบนี้ราคาสูง เราก็จะไปดูว่ามันคืออะไร พอเราทำออกมาเราทำราคากลางๆ หมดเลย เราคิดว่าของคุณภาพดี มันก็ไม่จำเป็นจะต้องแพงมาก เพราะใครๆ ก็มีผิวแพ้ง่ายได้ เวลาเราไปออกบูท เจอเขาหน้างาน อะไรที่เราแถมให้เขาลองได้เราก็แถมไปเลย อยากให้เขาใช้เลย เพราะเรารู้ว่าคนที่ผิวแพ้ง่ายเขาอยากหาอะไรที่มันดีกับผิวเขา แต่เขาก็กลัว ถ้าเขาเอาของเราไปใช้แล้วยังแพ้อยู่ เราคืนเงินให้เต็มจำนวนนะคะ ถึงแม้ว่าเราจะผ่านการเข้าแล็บเพื่อเทสแล้วก็ตาม แต่การแพ้ทุกคนมันเกิดได้หมด

ทำมา 4 ปีแล้ว อะไรคือความท้าทาย

น่าจะเป็นการให้ข้อมูลลูกค้าเรื่องออร์แกนิค เพราะว่าเราเข้ามาช่วงยุคที่ออแกนิกเพิ่งเข้ามา เวลาคุยกับลูกค้าก็ต้องคุยนาน เพราะว่าเขาอาจจะยังไม่เข้าใจว่าออร์แกนิคคืออะไร ต่างจากสมุนไพร OTOP ยังไง เลยทำให้ช่วงแรกเราต้องไปออกบูทเอง จริงๆ เราก็ชอบด้วย เพราะเรามีประสบการณ์เรื่องการแพ้ เราก็สามารถแชร์เรื่องของเราให้เขาได้ คุยกับลูกค้ามันจะทำให้เรารู้ปัญหาของเขา ชอบอะไรไม่ชอบอะไร อยากได้หรือไม่อยากได้อะไรเพิ่มเติม

alt

ใส่ใจทั้งภายใน ภายนอก แม้กระทั่งแพคเกจจิ้ง

เรามองว่าสินค้าของเราเป็นของขวัญให้ลูกค้า แพคเกจจิ้งก็เหมือนกล่องของขวัญ อยากให้เป็นมากกว่ากล่องที่แกะแล้วทิ้งไป แพคเกจจิ้งของเราเป็นแฮนด์เมด ทำมือหมดเลย เราอยากให้ลูกค้าได้ใช้ซ้ำได้

เราต้องสั่งทำ สั่งปักขึ้นมา เช่น อันนี้เป็นถุงหนังเทียมเพราะเราเป็นแบรนด์ Vegan (ไม่บริโภคและใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์) อยากให้ลูกค้าเอาไปใช้ต่อ เป็นกระเป๋าใส่ของได้ นี่ก็เป็นถุงผ้ากระสอบเราก็สั่งตัดขึ้นมา อยากให้เขาใส่กุญแจ ใส่นามบัตรได้ กล่องที่เราใช้ก็พยายามไม่ใช่พลาสติกเคลือบ จะได้รีไซเคิลได้

ผิวจะดีไม่ใช่แค่เครื่องสำอาง แต่คือไลฟ์สไตล์

การดูแลผิวพรรณของตัวเองไม่ควรแก้ที่ปลายเหตุที่เป็นครีมบำรุงหน้า หรือ เครื่องสำอางปกปิดในส่วนที่เราไม่มั่นใจ เบสิกแล้วมันก็คือร่างกายเราก่อนค่ะ ถ้าเมื่อไหร่ที่เรานอนดึก สิวก็ขึ้น ถ้าเราทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ ผิวเราก็จะไม่ดีไปด้วย ร่างกายเราต้องการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อฟื้นฟูส่วนต่างๆของเรากายที่เราใช้งานอย่างหนัก เราต้องดื่มน้ำเยอะๆ ไม่ทานน้ำหวานมาก หรือทานน้อยลงหน่อย ออกกำลังกายบ่อยๆ และนอนเร็วขึ้น ถ้าทำสิ่งพวกนี้สม่ำเสมอ ในระยะยาวเราจะเห็นผลเองแน่นอนค่ะ เข้าใจนะว่าผู้หญิงทุกวันนี้เป็น Working Woman และทำงานหนักกันมากขึ้น แต่วันหยุดก็ควรจะดูแลตัวเองด้วย เราเองก็พยายามจะนอนเร็วขึ้น

ทำไมต้องออร์แกนิค

ธรรมชาติกับออร์แกนิคมันเหมือนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น ทุกอย่างที่มันสร้างสรรค์มาแล้วโดยธรรมชาติเราว่ามันดีเสมอ แต่เราต้องใช้ยังไงให้มันดีกับวิถีชีวิตปัจจุบัน เราอาจจะไม่ได้ใช้แค่ 1 อย่าง อาจจะใช้ 2-3 อย่างแล้วมันออกมาดี แต่โดยพื้นฐานของโลกเราเขาสร้างทุกสิ่งมาดีอยู่แล้ว ถ้าเราเลือกใช้ให้ถูกมันก็ยิ่งจะดีต่อร่างกายเรามากขึ้น ความเชื่อของเราคือการสังเคราะห์มันคือสิ่งแปลกปลอม อะไรที่มันดีอยู่แล้ว อะไรที่อยุ่ในธรรมชาติมันดีเสมอ ดีกับร่างกายด้วย นอกจากร่างกายก็ยังดีกับใจเราด้วย เพราะเราใช้สิ่งที่ดีเราก็สบายใจ

เราอยากให้เครื่องสำอางออร์แกนิคเป็นทางเลือกใหม่ที่ลูกค้า เลือกที่จะสวยอย่างสบายใจ สโลแกนเราเน้นความสบายใจ แล้วก็จะสนับสนุนผู้หญิง ให้เขาสวยโดยที่ไม่ต้องมากังวล เพราะทุกวันนี้ผู้หญิงเราทำทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว ความกังวลมันมีจากงาน จากหลายเรื่อง จะใช้อะไรก็ยังต้องมากังวลอีก จะแพ้ไหม จะเกิดอะไรขึ้นไหม เราก็อยากจะตัดความกังวลนี้ไป และถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องสำอางธรรมชาติ แต่ไม่ต้องกลัวว่าสีจะไม่สวย สีจะไม่ติด แต่เราทำเป็น Natural Look ไม่ได้ฉูดฉาดมาก

alt

“ขอบคุณที่ทำให้รักการแต่งหน้าอีกครั้ง”

คือสิ่งที่ลูกค้าเคยเดินมาพูดกับเรา ลูกค้าถ่ายรูป Before กับ After มาให้ดูค่ะ เราดีใจมากเลย เขาบอกว่าขอบคุณมากที่ทำให้เขารักการแต่งหน้าอีกครั้ง คำนี้คือมันเติมเต็มเรามากเลย เราทำมาถึงจุดนี้เราก็รู้สึกแฮปปี้แล้ว เรารู้สึกว่าเรามาถูกทาง มันไม่ใช่เรื่องของเงินแล้ว มันคือถ้าเขาแฮปปี้ เขาสบายใจที่ได้ใช้ เราได้ช่วยเขามากขึ้น เราก็ดีใจแล้ว


Maria Natural Beauty แบรนด์เครื่องสำอางที่เข้าใจทุกปัญหาของสาวผิวแพ้ง่าย ทำจากส่วนผสมของธรรมชาติ เน้นความสบายใจของลูกค้าเป็นหลัก เน้นความเข้าใจเป็นรอง

Check out these items!
ลิปสติกทานได้ : Tinted vegan Lip
บรัชออนกันฝ้า ไร้สารเคมี : Maria mineral blush
เซรั่มแก้ปัญหาจุดด่างดำ : Advence thanaka facial serum
แป้งแก้สิว : Maria mineral power

สามารถเลือกซื้อสินค้าของ Maria Natural Beauty ผ่าน Blue Basketได้อย่างง่ายๆ เพียงปลายนิ้วคลิก ที่นี่


Bluebasket.market ตลาดสินค้าสุขภาพออนไลน์ของคนช่างเลือก คลิกเพื่อพบกับสินค้าออร์แกนิค ธรรมชาติ ปลอดภัย ไร้สารเคมี ที่เป็นได้ทั้งของกินของใช้ ของขวัญของฝาก ราคาพิเศษและโปรโมชั่น ให้กับทุกคนในครอบครัว

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ส่งตรงถึงคุณได้ที่ Facebook และ LINE: @bluebasket.market (อย่าลืมเติม @ นำหน้า)